ศัลยกรรมดึงหน้า

เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องใฝ่ฝันที่จะมีหน้าที่แบบเด้งตึงไปตลอดถูกไหมคะ แต่ว่าบางทีการที่เราอายุมากขึ้นปัญหาหย่อนคคล้อยก็เป็นเรื่องธรรมดา ปัญหาผิวหนังหย่อนค่อยผู้สูงวัยมีวิธีแก้อย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

แนวทางการแก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยจริงๆแล้วมีหลายวิธีมาก ถ้าให้แบ่งคร่าวๆ อาจจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือการทําให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด กับอีกกลุ่มนึงคือการผ่าตัดใช้การดึงหน้า ถ้าเกิดความจะคล้อยยังไม่มาก เราต้องการแก้ไขเพียงเล็กๆน้อยๆ เราอาจจะทํา วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดได้ เช่น การใช้โบท็อกซ์ การใช้ฟิลเลอร์ก ร้อยไหม หรือแม้กระทั่งการเลเซอร์ผิวหน้าต่างๆ อันนี้คือแบบไม่ผ่าตัด แต่ถ้าเกิดความหย่อนคล้อยเรามากและหรือเราต้องการผลลัพธ์ที่ค่อนข้างจะถาวรอยู่นานขึ้น หรือว่าแก้ไขปัญหาที่เยอะๆหย่อนคล้อยมากๆ ก็จะเป็นการ ผ่าตัดดึงหน้า ดังนั้นคนไข้ต้องอยู่ที่ความต้องการเราด้วยว่าต้องการมากน้อยขนาดไหน แล้วก็อยู่ที่โครงหน้าเราว่ามีความเดือดร้อนมากแค่ไหน ควรจะผ่าตัดรึยังหรือว่ายังใช้วิธียังไม่ต้องผ่าตัดได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

วิธีการตรวจความหย่อนคล้อย ดูอย่างไร

ตามหลักการแพทย์ ใบหน้าเราจะมีอยู่ 5 ชั้น ทุกชั้นเวลาอายุมากขึ้นจะเกิดความหย่อนคล้อยของทุกชั้นเลย ดังนั้นเวลาเราตรวจผิวหน้าเราต้องใช้อาศัยการตรวจในทุกชั้นเลย สิ่งที่สําคัญที่สุดคือชั้นผิวหนังกับชั้นกล้ามเนื้อ ชั้นกล้ามเนื้อเค้าเรียกว่าชั้น SMAS เวลาเราตรวจวิเคราะห์ว่าความหย่อนคล้อยอยู่ที่ระดับไหนเราจะแบ่ง การเกรดดิ้งซึ่งก็มีหลายตํารามาก แต่ว่าโดยคร่าวๆเขาจะแบ่งเป็น 4 บริเวณ แล้วก็เป็น 4 เกรด คือบริเวณหน้าผากในส่วนที่หนึ่ง บริเวณใบหน้าส่วนบนคือรอบดวงตาคิ้วโหนกแก้มในส่วนที่สอง ส่วนที่สาม คือบริเวณใบหน้าส่วนล่างก็คือพวกร่องแก้วร่องน้ําหมาก พวกเหนียงบริเวณคางแล้วก็ส่วนที่สี่คือคอ เราแบ่งเป็น 4 ส่วน แล้วก็จะมีการตรวจแต่ละส่วนว่ามีความคล้อยเกรด 1-4 เป็นระดับไหน ถ้าใครสนใจก็เหลือจะ ดึงหน้า โรงพยาบาลเอเชีย ให้ทาง โรงพยาบาลส่งรายละเอียดให้ได้ว่าวิธีตรวจประเมินตัวเองคร่าวๆ ก่อนว่าเป็นเกรดไหน อันนี้พอเรารู้แล้วว่าเรามีความหย่อนคล้อยในระดับที่เท่าไหร่ มีข้อดีหลายอย่าง อันแรกเราจะรู้ได้ว่าเราควรจะต้องผ่าตัดหรือยังหรือว่าใช้วิธีไม่ผ่าตัดดีกว่ากันอันนี้อยู่ที่เกรดดิ้ง อันที่สองเราจะรู้ว่าเราควรทําศัลยกรรมส่วนไหน อย่างใบหน้าคนเราชั้น 4 ส่วนไม่จําเป็นว่าต้องหย่อนคล้อยหมดมั นต้องหย่อนคล้อยส่วนล่างมากกว่าส่วนบน ดังนั้นการดึงหน้าก็ทําเฉพาะส่วนล่างได้ แยกสวนทํากันได้นะ อันที่ 3 พอเรารู้ความหย่อนคล้อย เวลาผ่าตัดของหมอก็จะปรับตามความคล้อย อย่างเช่นสมมุติว่า เราจะทําศัลยกรรมดึงหน้า หมอก็จะวิเคราะห์กันว่าโอเคส่วนบนหย่อนระดับ 3 ดังนั้นเราก็ดึงตึงเท่านี้ ถ้าหย่อนระดับ 4 เราก็ต้องดึงตึงมากขึ้น เพราะฉะนั้นใช้ในการปรับในการผ่าตัดได้ด้วย เพราะฉะนั้นการตรวจมีความสําคัญมากเลย

ศัลยกรรมดึงหน้า

อายุประมาณเท่าไหร่ เหมาะกับการดึงหน้า

โดยมากไม่มีตัวเลขที่แน่นอน แต่โดยเฉลี่ยถ้าอายุ 40 ขึ้นผิวหนังจะเริ่มคล้อย ที่เห็นชัดและอายุที่คนมาทําศัลยกรรมดึงหน้ามากที่สุดก็อยู่ในช่วง เมื่อก่อนจะช่วง 50 ถึง 60 ปี แต่ปัจจุบันนี้เทรนมันเปลี่ยนเป็นช่วงอายุ 40 ถึง 50  เริ่มมีคนมาศัลยกรรมดึงหน้าเยอะขึ้น สาเหตุก็เพราะว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าเปลี่ยนไป คือทําแล้วมันดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว เป็นธรรมชาติมากขึ้น อันนี้พอผลลัพธ์มันดีขึ้น คนก็นิยมมาทําในอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ

ศัลยกรรมดึงหน้า แก้ไขปัญหาตรงจุดใดได้บ้าง

ศัลยกรรมดึงหน้า แก้ไขปัญหาได้ทั้งหน้าแล้วก็ลำคอด้วย  อย่างที่หมอกล่าวไปเวลาดึงหน้าเราจะแบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกคือหน้าผาก ซึ่งมีการผ่าตัดเขาเรียกว่าการดึงหน้าผาก อันนี้ก็จะช่วยแก้ไขบริเวณร่องเป็นหน้าผาก แล้วก็เวลาเราขมวดคิ้วร่องระหว่างคิ้วที่ตกอันนี้จะอยู่ส่วนบนหมดเลย แต่สามารถทําได้ด้วยการดึงหน้าผาก ถัดลงมาเค้าเรียกว่าใบหน้าส่วนบนหรือบริเวณหางตา อันนี้สําหรับคนไข้ที่มีรอยตีนกาเยอะ หางคิ้วตก หางตาตก หรือว่าโหนกแก้มตก อันนี้สามารถดึงหน้าส่วนบน เรียกว่าทํา Upper Facelift  ช่วยส่วนนี้ได้ ถัดมาส่วนที่ 3 ก็คือใบหน้าส่วนล่าง ก็จะพวกร่องร่องแก้ม ร่องน้ําหมาก เหนียงใต้คาง Lower Facelift ส่วนสุดท้ายก็คือลําคอ ก็ดึงคอได้ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ว่าประเมินว่าคนไข้หย่อนค่อยส่วนไหนแล้วก็สามารถทําได้ แต่ถ้าอายุมากแล้วมีความหย่อนคล้อยทุกส่วน การทําศัลยกรรมทั้งดึงหน้าและดึงคอไปพร้อมกันก็จะได้ความเป็นธรรมชาติมากกว่า บางคนสนใจ ดึงหน้า ราคา แต่พอดึงหน้าตึงปุ๊บเอ่อต้องกลับมาดึงคอด้วยเพราะว่ามันอยู่ในส่วนที่ติดกัน ดังนั้นถ้าเราทําให้เป็นธรรมชาติก็ควรจะทําไปพร้อมกันสําหรับความหย่อนคล้อยที่มากนะ